The New S-Class S 350 d AMG Premium รถยนต์หรูระดับเรือธง ที่ถึงพร้อมในหลายรูปแบบการใช้งาน หรูหรา สะดวกสบาย และสมรรถนะเหนือชั้น

The New S-Class S 350 d AMG Premium รถยนต์หรูระดับเรือธง ที่ถึงพร้อมในหลายรูปแบบการใช้งาน หรูหรา สะดวกสบาย และสมรรถนะเหนือชั้น

The New S-Class S 350 d AMG Premium รถยนต์หรูระดับเรือธง ที่ถึงพร้อมในหลายรูปแบบการใช้งาน หรูหรา สะดวกสบาย และสมรรถนะเหนือชั้น

📅04 เมษายน 2019, 19:45

       หากจะถามถึงยนตรกรรมที่นำเสนอความหรูหรา สะดวกสบาย สมรรถนะเป็นเลิศและพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้น หนึ่งในตัวเลือกนั้นคือ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” อย่างแน่นอน และในครั้งนี้ Autospeed2 ได้มีโอกาสนำรถยนต์ระดับเรือธงอย่าง The New S-Class S 350 d AMG Premium ที่มีราคาค่าตัวถึง 7,640,000 บาท มาทดลองขับ และต้องบอกว่าถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายมากที่สุดในระหว่างการเดินทางนี่คือคำตอบที่ใช่จริงๆ


     สำหรับ The New S-Class มาพร้อมกับคุณสมบัติอัจฉริยะมากมาย เป็นอีกขั้นของการพัฒนานวัตกรรมรถยนต์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ระบบช่วยนำรถเข้า-ออก จากที่จอดอัตโนมัติ ทั้งการจอดแบบขนานและการจอดแบบเข้าซอง, ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC) หรือระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า (Evasive Steering Assist) เป็นต้น

       The New S-Class S 350 d AMG Premium มาพร้อมกับขุมพลังดีเซลรุ่นใหม่ แบบ 6 สูบ เทอร์โบคู่และอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 3.0 ลิตร แรงม้าสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 3,400-4,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม.

      โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมไฟ daytime สำหรับขับขี่กลางวันแบบ LED 3 เส้น รับกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ Multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว

      ห้องโดยสารสร้างความสะดวกสบาย ด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยเทคโนโลยีนี้จะควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การปรับโทนสีของไฟภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Light ระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะที่นั่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 6 แบบ เบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลังหุ้มหนัง Exclusive nappa ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design ที่ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ และฟังก์ชั่นอุ่นที่นั่งและระบายอากาศ ด้านบนของคอนโซลหน้าและส่วนกลางของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง nappa ที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลางด้านหน้าและด้านหลังหุ้มด้วยหนัง nappa ผ้าหลังคาและแผงบังแดดด้านหน้า หุ้มด้วย DINAMICA Microfiber ที่รองขาแบบปรับระดับ พร้อมที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้าย รวมถึงเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าที่สามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าเพิ่มขึ้นอีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณห้องโดยสารด้านหลังให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

      รวมทั้ง มาพร้อมกับระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4-ZONE ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package) ระบบ COMAND Online พร้อมรีโมทควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ระบบแผนที่นำทาง (Navigation system) ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ เครื่องเล่น Blu-ray สำหรับที่นั่งด้านหลัง ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ & Android Auto ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging) สำหรับที่นั่งด้านหน้า ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง

 

      นอกจากนี้ ยังมีระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (AIRMATIC) พร้อมระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ เพื่อมอบการขับขี่ที่นุ่มนวล ด้วยระบบที่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ในทุกสภาวะอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยระบบนี้ ยังสามารถปรับให้เหมาะกับการขับขี่ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ในโหมด Comfort และ Sport ซึ่งระบบกันสะเทือนจะถูกปรับการใช้งานให้สอดคล้องในแต่ละโหมด โดยสามารถปรับยกตัวรถได้สูงถึง 30 มม. เมื่อขับขี่บนถนนที่ขรุขระหรือมีหลุมบ่อ และระบบจะปรับตัวรถลง 20 มม. โดยอัตโนมัติเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เพื่อเพิ่มการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น

      และจากการทดลองขับ นี่คือรถที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด หากคุณเป็นผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เหลือกินเหลือใช้ แม้ว่าจะเป็นรถที่มีขนาดใหญ่แต่กลับให้ความคล่องตัวที่สูง รัศมีวงเลี้ยวอาจจะกว้างไปหน่อย แต่การบังคับเลี้ยวนั้นยอมรับว่าพวงมาลัยคมมากๆ และด้วยระบบกันสะเทือนแบบถุงลมช่วยให้การขับขี่นั้นนุ่มนวล แม้ว่าสภาพพื้นผิวถนนจะไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่ ที่สำคัญคือ การออกแบบเบาะที่นั่งคนขับทำมาได้ดีมาก ช่วยให้ลดอาการเมื่อยล้าขณะขับทางไกลและสามารถปรับใช้งานตามสรีระได้อย่างดีเยี่ยม

 

    แต่หากคุณเป็นบิ๊กบอสนั่งเบาะหลัง นี่คือเบาะนั่งที่สบายที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา มีพื้นที่ตอนหลังที่กว้างขวางเป็นพิเศษ สามารถปรับเบาะนั่งเป็นกึ่งเอนนอนได้อย่างสบาย รวมทั้งสามารถปรับใช้งานเรื่องของระบบเครื่องเสียง ระบบไฟ ระบบปรับอากาศได้จากที่นั่งตอนหลังอีกด้วย เป็นความสบายที่หาไม่ได้จากรถในกลุ่มเดียวกัน อีกเรื่องคือ ช่วงล่างปรับได้ที่ให้ความนุ่มนวล แต่ยังคงให้ความยึดเกาะถนน เวลาที่นั่งตอนหลังด้วยความเร็วขณะเข้าโค้งจึงทำได้น่าประทับใจและไม่เวียนหัวอีกด้วย ยิ่งถ้าเป็นช่วงเวลาค่ำคืนยังสามารถปรับเล่นแสงไฟภายในห้องโดยสาร ยิ่งเป็นการช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าอภิรมย์มากขึ้นเป็นกอง

       สมแล้วที่ The New S-Class S 350 d AMG Premium ขึ้นชื่อว่าเป็นรถยนต์หรูระดับเรือธงของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ถึงพร้อมในหลายรูปแบบการใช้งาน หรูหรา สะดวกสบาย และสมรรถนะเหนือชั้นจริงๆ

Share this article: