MG HS PHEV กับการขับ 67 กิโลเมตร ด้วยโหมด EV ที่ไม่ต้องใช้น้ำมันเลยสักนิด

         พอได้ลองใช้งานจริงๆ ถึงกับอึ้งไปเลย..เพราะไม่คิดว่าเอ็มจีจะมั่นใจทำได้ขนาดนี้ เพราะทางเอ็มจีได้ชวนให้ไปทดลองขับ MG HS PHEV ที่เป็นรถแบบปลั๊กอิน ไฮบริด (Plug-in Hybrid) รุ่นแรกของเอ็มจี แล้วท้าทายว่า เชื่อหรือไม่ว่าในเส้นทางที่วางเอาไว้วันนี้ 63 กิโลเมตร จะไม่ได้ใช้น้ำมันเลยสักหยดเดียว..ท้าทายกันขนาดนี้ต้องลองให้รู้กันไปเลย

       โดยเส้นทางทดสอบเริ่มต้นจาก CDC เลียบทางด่วนรามอินทรา ขับไปทางพระราม9 มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัย ถนนราชวิถีข้ามสะพานกรุงธน (ซังฮี้) แล้วเลี้ยวเข้าพุทธมณฑลสาย 1 เพื่อไปยัง NANA HUNTER Coffee Roasters ที่เป็นจุดพักรถจุดแรก แล้วขับต่อมาเส้นราชพฤกษ์ ต่อเนื่องถนนกรุงธนบุรี ข้ามสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาทานมื้อเที่ยงกันที่ Dusit Gourmet and Garden Bar ถนนศาลาแดง แล้วจึงขึ้นทางด่วนจากถนนพระราม 4 ขับกลับมาลงถนนประดิษฐ์มนูธรรม ย้อนมาที่ CDC อีกครั้งเป็นอันจบเส้นทางในครั้งนี้ รวมระยะทาง 63 กิโลเมตร แต่สุดท้ายขับไปจริงๆ เลย 70 กิโลเมตร ไปอีกนิดหน่อย เพราะขับรถหลงซะอย่างนั้น แต่ผลที่ได้ถือว่าน่าสนใจมาก

        แต่ก่อนจะไปถึงผล มาพูดถึงสเปคคร่าวๆ กันก่อน โดย New MG HS PHEV มีพละกำลังรวมทั้งจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่ 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร แบ่งเป็นพละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบร์ ขนาด 1.5 ลิตร 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงอีก 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์แบบ EDU II 10 สปีด ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.2 วินาที ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 7.5 วินาที พร้อมโหมดการขับให้เลือก 5 แบบ คือ Eco, Normal, EV, Sport และ Super Sport ที่ครั้งนี้เราจะใช้เพียงโหมด EV เพียงอย่างเดียว

          สำหรับแบตเตอรี่เป็นแบบ Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล ขนาด 16.6 kWh สามารถขับด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสามารถชาร์จพลังงานกลับสู่แบตเตอรี่ในระหว่างขับด้วยระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่เลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ ซึ่งตามสเปคแล้ว New MG HS PHEV มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่ 65 กิโลเมตรต่อลิตร 

         มาที่ผลการขับกันบ้าง ในทริปนี้มีรถทั้งหมด 8 คัน เส้นทางทดสอบแบบใช้งานจริงภายในเมืองและขับออกไปชานเมืองจากรามอินทราไปถึงพุทธมณฑลสาย1 แล้วขับกลับมา โดยรวมรถค่อนข้างเยอะ การจราจรค่อนข้างคับคั่ง ระยะทางทดสอบเฉลี่ยรวมจากทุกคัน 75.90 กม. (ระยะทางจริง 71.9 กม. ที่เกินเพราะบางคันขับหลงทาง) มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของรถที่ใช้  EV Mode และ AUTO Mode สลับแบบการใช้งานทั่วไปอยู่ที่  45.4 กม./ ลิตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยรวมของรถทดสอบทั้ง 8 คัน / บางคันมีการขับขี่ทุกโหมด (Super Sport, Charge Mode)  มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 30.20 กม./ลิตร

       โดยระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้ด้วย EV Mode เฉลี่ยรวมของทั้งทั้ง 8 คัน อยู่ที่ 60.62 กม. (คันที่สามารถวิ่งได้ไกลสุด 65.6 กม.) และมีปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อคัน เฉลี่ยรวมทั้ง 8 คัน อยู่ที่ 1 ลิตร กับอีก 583 ซีซี. 

            นั่นเท่ากับว่าหากขับใช้งานด้วย EV Mode อย่างเดียว จะสามารถขับได้ไกลถึง 60 กิโลเมตร ก่อนที่เครื่องยนต์จะทำงานเพื่อชาร์จพลังงานกลับสู่แบตเตอรี่และใช้ในการขับเคลื่อน คิดง่ายๆ ว่า หากในหนึ่งวันมีการใช้รถโดยเฉลี่ยวันละ 50 กิโลเมตร ทั้งไปและกลับ เท่ากับในวันนั้นจะขับรถโดยที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ใช้น้ำมันเลยสักนิด ซึ่งการทำความเร็วสูงสุดของการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ทำได้ถึง 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นมากเพียงพอต่อการใช้งาน รวมทั้งที่มาตรวัดปริมาณของแบตเตอรี่ที่เห็นหากลดลงจนหมดเหลือ 0% ก็ไม่ต้องกังวล เพราะจะมีแบตเตอรี่เหลืออยู่ในระบบอีก 25% เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนในช่วงออกตัว โดยที่เครื่องยนต์จะเข้ามารับหน้าที่เป็นพลังในการขับเคลื่อนต่อไป

           โดยสรุปถือว่า MG HS PHEV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เป็นรถปลั๊กอิน ไฮบริด ที่ราคาดีที่สุดในตลาดตอนนี้ จาก MG HS เดิมที่เครื่องยนต์ดูจะไม่ค่อยสมกับตัวถังเท่าไหร่ อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองทำได้ไม่ค่อยดีนัก แต่พอใส่แบตเตอรี่เข้าไปพ่วงทำให้ข้อด้อยทุกอย่างถูกลบทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง อัตราเร่งจัดจ้าน ประหยัดน้ำมัน เพิ่มเติมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน 25 ระบบ พร้อมทั้ง Advanced Driver Assistance System ที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous) ระดับ 2 อีกด้วยแล้ว จากราคาค่าตัวที่ 1,359,000 บาท ซึ่งเพิ่มจากรุ่นปกติแค่ 240,000 บาท แต่ขับสนุกและประหยัดมากขึ้น ทำให้ MG HS PHEV คันนี้น่าเป็นเจ้าของมากเลยล่ะ