Mazda2 ปรับใหม่เสริม GVC Plus รถเล็กที่เข้าโค้งอย่างเทพ!

สงสัยอยู่นานว่า ทำไมทีมงานมาสด้า ถึงจัดให้ไปทดสอบ New Mazda2 กันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ รถไซส์เล็กแบบนี้ อัตราเร่งยังไงก็ไม่ได้ต่างจากเดิม เพราะเครื่องยนต์ก็ตัวเดิม ถึงหน้าตาและการตกแต่งภายในจะเปลี่ยนไปก็ตามทีเถอะ…แต่พอได้ลงสนามเท่านั้นล่ะ รู้เรื่องกันเลยทีเดียว เพราะไฮไลท์เค้าอยู่ที่ระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) นั่นเอง..มันดียังไง มาๆ จะเล่าให้ฟัง

หลังจากที่มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัว Mazda2 (มาสด้า2) ครั้งแรกในไทย ก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากตัวรถจะดูโดดเด่นมีความน่าสนใจและสัดส่วนสวยงาม ออกแบบสวยหัวจรดหาง มีตัวเลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบค 5 ประตู ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และเครื่องยนต์ให้เลือกใช้งานทั้งเบนซินและดีเซล ทำให้เจ้ามาสด้า2 กลายเป็นรถยอดฮิตไปในทันที

นับตั้งแต่โฉมแรกที่ทำตลาดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 มียอดขายสะสมมากกว่า 120,000 คัน ต่อเนื่องสู่เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่เริ่มจำหน่ายเมื่อเดือนมกราคม 2558 ประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มาสด้าก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่รวมทั้งอีโค คาร์ และซิตี้  คาร์ ด้วยยอดขายสะสมสูงกว่า 160,000 คัน

ส่วนรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับการออกแบบภายใต้ KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เฉกเช่นเดียวกับ All-New Mazda3 ทุกเส้นสายเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความโฉบเฉี่ยว ทรงพลังราวกับมีชีวิต โดดเด่นปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ยังคงมีตัวเลือกทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล 1.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบค 5 ประตูตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าตามคอนเซ็ปต์ “ไม่หยุด…แค่ความธรรมดา” เพราะความธรรมดาใครๆ ก็เป็นได้

ดีไซน์ภายนอกออกแบบใหม่ตั้งแต่กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้าย ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารยกระดับความหรูหรา พรีเมียม ด้วยการคัดสรรวัสดุคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซนหน้า แผงประตูด้านข้าง และเบาะดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ SKYACTIV-Vehicle Architecture ที่ช่วยให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบฟังก์ชั่นและตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์ HMI (Human-Machine Interface) ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามจากถนน ด้วย  Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่, Sports Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และ Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วคงที่ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ การติดต่อสื่อสารไร้ขีดจำกัดด้วยระบบ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะซึ่งถูกจัดวางในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน

เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน

เครื่องยนต์สกายแอคทีฟดีเซล

New Mazda2 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ คือ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 250 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร* และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 123 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร* ซึ่งทั้ง 2 เครื่องยนต์ล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับมาตรฐานไอเสียยูโรระดับ 5 พ่วงด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ใน New Mazda2 ช่วยเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ด้วยการส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุรอบคัน อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลังหรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert), ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า เป็นต้น

ส่วนไฮไลท์ที่อยากจะเน้นที่สุดคือ ระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้ง และออกจากโค้งได้อย่างนุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่ และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร New Mazda2 จึงเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ให้การตอบสนองดี และขับขี่สนุกที่สุดในคลาส

และพอได้ทดลองขับทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เรื่องของอัตราเร่งแน่นอนว่าดีเซลเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่อยากจะเน้นที่สุดคือเรื่องของ GVC Plus นี่ล่ะ เพราะทั้งสองเครื่องยนต์ สองตัวถังทั้งแฮตช์แบคและซีดาน ให้การเข้าโค้งที่เนียนกริ๊ปเช่นเดียวกัน ซึ่งโดยปกติแล้วระบบนี้จะทำงานเมื่อจับได้ว่ารถกำลังเข้าโค้งแล้วจะทำการจับเบรคในล้อฝั่งที่อยู่นอกโค้ง (จับเบรคแบบที่คนขับไม่รู้สึกเลย) เพื่อให้เข้าโค้งได้ปลอดภัยมั่นคง แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ทีมงานวิศวกรมาสด้าจึงได้เติมความสนุกเข้าไปในโค้ง ด้วยการเสริมความอัจฉริยะในการขับมากขึ้นกลายเป็น GVC Plus

โดยเมื่อขับเข้าโค้งแต่ถอนคันเร่งปล่อยรถให้เค้าโค้งแบบปกติ ระบบนี้จะไม่ทำงาน จะทำงานเพียงระบบควบคุมการทรงตัวธรรมดา แต่สำหรับใครที่ขับรถมีทักษะหน่อย อยากเข้าโค้งแล้วออกจากโค้งด้วยความเร็ว เพียงกดคันเร่งเติมลงไปในจังหวะที่เข้าโค้ง ระบบจะเข้าไปควบคุมการทรงตัวและการจับเบรคในแต่ละจังหวะ ซึ่งช่วยให้เราสามารถขับรถเข้าโค้งด้วยความเร็วและเร่งความเร็วออกจากโค้งได้เนียนและรวดเร็วมากขึ้น โดยที่หากไม่มีระบบนี้เข้ามาช่วย บางครั้งเวลาที่เติมคันเร่งในโค้งอาจจะทำให้รถมีอาการท้ายบานเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจจะทำให้ไม่มั่นใจในการขับเค้าโค้ง แต่สำหรับมาสด้า2 ที่มีระบบ GVC Plus รุ่นนี้ พูดได้เลยว่าเข้าโค้งได้อย่างเทพจริงๆ และนั่นทำให้การขับเจ้ามาสด้า2 สนุกและเร้าใจมากขึ้น ไม่แปลกใจเลยหากจะบอกว่านี่เป็นรถไซส์เล็กที่ขับได้สนุกที่สุดในคลาสอีกด้วย ทีมงาน Autospeed2 คอนเฟิร์ม มันช่างเร้าใจจริงๆ

เกือบลืม..มาสด้า2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ราคาเริ่มต้นรุ่น 1.3 E ที่ 546,000 บาท ถือว่าคุ้มแล้ว ส่วนใครจะเลือกออปชั่นแบบไหน เลือกรุ่นย่อยอะไรก็ตามสะดวก เพราะ GVC Plus มีมาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นกันแล้วอีกด้วย