ครั้งแรกกับ Nissan Leaf ขับใช้งานเต็มวัน แบตยังเหลือขับอีกเป็นร้อยกิโลเมตร!

ครั้งแรกกับ Nissan Leaf ขับใช้งานเต็มวัน แบตยังเหลือขับอีกเป็นร้อยกิโลเมตร!

ครั้งแรกกับ Nissan Leaf ขับใช้งานเต็มวัน แบตยังเหลือขับอีกเป็นร้อยกิโลเมตร!

📅30 กรกฎาคม 2019, 05:06

นี่เป็นครั้งแรกที่ Autospeed2 ได้มีโอกาสทดลองขับเจ้ารถพลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง นิสสัน ลีฟ ใหม่ (Nissan Leaf) แถมยังให้ขับแบบอิสระ เพียงแต่มีเป้าหมายให้เดินทางไปเท่านั้น ทำให้เห็นว่าการใช้งานรถไฟฟ้าจริงๆ ไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิด แถมยังขับสนุกอีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสัน ในประเทศไทย จัดการทดสอบสมรรถนะ นิสสัน ลีฟ ใหม่ ด้วยการขับขี่ในสภาพการจราจรที่แตกต่างกันครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลตลอดทั้งวัน ด้วยการชาร์จไฟเต็มเพียงครั้งเดียว

ขอเกริ่นนำนิดหน่อย..เพราะที่ได้ขับครั้งนี้ นิสสัน ประเทศไทย ได้จัดเป็นกิจกรรม ‘rEVolution education’ ครั้งแรกในประเทศไทย ณ จีแลนด์ พระราม 9 ที่เป็นงานนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบของนิสสัน ลีฟ ใหม่ ระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ไฟฟ้า และรูปแบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 แบบ โดยในงานจัดสรรพื้นที่เป็น 4 โซน ประกอบด้วย นิสสัน ลีฟ Simply Amazing นิสสัน อิเล็คทริค คาเฟ่ บูธถ่ายภาพ นิสสัน อิเล็คทริค และสถานีชาร์จนิสสัน ลีฟ

โดยการทดสอบขับ นิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดของโลก ที่ชาร์จที่บ้านเพียงครั้งเดียวก็สามารถขับขี่ในสภาพการจราจรของกรุงเทพฯ ตลอดทั้งวัน หรือขับไปเที่ยวที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้อย่างสบายใจ และไม่ก่อมลพิษใดๆ ให้กับสิ่งแวดล้อม การทดสอบครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เริ่มจากการทดสอบสมรรถะอย่างเต็มรูปแบบบนพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่การทดสอบตามสภาพการจราจรจริงของกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางสู่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งตลอดการทดสอบทั้ง 2 ส่วน ได้ทดลองใช้เทคโนโลยีต่างๆ ของนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ที่มีอยู่ใน ลีฟ ใหม่ อย่างเต็มที่

การทดสอบสมรรถนะของอัตราเร่ง และแรงบิดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ความสามารถของเทคโนโลยี e-Pedal ที่สามารถใช้ควบคุมความเร็วรถทั้งการเร่ง และเบรกด้วยคันเร่งเพียงอย่างเดียว ในสถานีการขับขี่แบบสลาลม  ความเงียบภายในห้องโดยสารตลอดการเดินทาง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าของนิสสัน

โดยเทคโนโลยี e-Pedal ปฏิวัติการขับขี่ โดยเปลี่ยนวิธีการขับขี่ด้วยการเร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียว โดยเมื่อปล่อยคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วโดยอัตโนมัติจนถึงหยุดนิ่งได้โดยสมบูรณ์ แม้ว่าจะจอดรถค้างบนเนิน ก็ไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรก ด้วยอัตราการชะลอความเร็วที่สูงถึงกว่า 0.2G โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องขยับเท้าออกจากคันเร่งไปยังแป้นเบรกเพื่อชะลอหรือหยุด ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเหนื่อยล้า และความเครียดจากการขับขี่ในแต่ละวัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้แป้นเบรกน้อยกว่าการขับขี่รถยนต์ทั่วไปถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

นิสสัน ลีฟ ใหม่ ติดตั้งระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ขนาดความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) มีกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 110 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่ดีขึ้น จาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.9 วินาที เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 311 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle)

เส้นทางการทดสอบทั้งหมดมีระยะทางรวมกว่า 140 กิโลเมตร ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถรับรู้ถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการขับขี่ของแต่คนในเทคนิคการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี e-Pedal และการจัดการพลังงานแบตเตอรี่ สร้างความมั่นใจในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

สำหรับ ลีฟ ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ เพิ่มความปลอดภัย และลดความเครียดจากการขับขี่ ได้แก่ เทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่ (Forward Collision Warning) เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Forward Emergency Braking) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) พร้อมด้วยเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection) และเทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Alert Assist)

ในส่วนของการขับใช้งานจริงเป็นอย่างไร…มันช่างบรรเจิดจริงๆ คือเมื่อไม่มีเครื่องยนต์ เสียงจึงเงียบ แล้วการขับแบบทำความเร็วต่อเนื่องทุกอย่างดูนิ่งและนุ่มนวลไปหมด อัตราเร่งมาเร็วตั้งแต่กดคันเร่ง ช่วงล่างนุ่มและหนึบ อารมณ์ต่างจากรถที่ใช้น้ำมันแบบสิ้นเชิง แต่สิ่งที่อยากบอกคือ ความกังวลว่าจะไปหาจุดชาร์จไฟที่ไหนไม่ต้องไปคิด เพราะเจ้าลีฟคันนี้ทำระยะทางได้ 311 กิโลเมตร ตามสเปค แต่รถที่นำมาลองขับมีแบตอยู่ 80% แจ้งระยะทางเอาไว้ไม่ถึง 300 กิโลเมตร แล้วเส้นทางที่ขับในวันนั้นร่วมร้อยกว่ากิโลเมตร เจอทั้งรถติด ฝนตก ใช้ความเร็วต่ำ และได้ใช้ความเร็วสูงแบบลองท็อปสปีดหลายๆ ครั้ง สรุปมาถึงจุดเริ่มต้นยังเหลือแบตอีก 30% ใช้ขับต่อได้อีก 90 กิโลเมตร นั่นเท่ากับว่ามากเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันในแต่ละวัน

แต่ถ้าต้องการใช้งานไกลกว่านั้น ผู้ขับต้องวางแผนหาจุด Quick Charge เอาไว้ล่วงหน้าแค่นั้นเอง สมมุติว่าจะไปเชียงใหม่เพียงลองค้นหาจุดชาร์จในระยะ 200 กิโลเมตรจากจุดเริ่มต้น แล้วแวะชาร์จไฟสักครึ่งชั่วโมง ก็จะขับได้ต่ออีกเป็นร้อยกิโลเมตร แถมยังเป็นการพักคนขับไปในตัว ซึ่งโดยสเปคของการชาร์จแบบเร็ว สามารถชาร์จจากระดับไฟแจ้งเตือนมาถึงระดับ 80% ในเวลาเพียง 40 นาที เท่านั้น เพียงแค่อาจจะต้องแวะจอดพักสักสองถึงสามครั้งนั่นเอง คือต้องปรับพฤติกรรมการใช้งานรถแบบนี้สักหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจและน่าประทับใจมากๆ ติดแค่ราคาค่าตัวยังสูงอยู่เท่านั้นเอง นอกนั้นต้องบอกว่ามันแจ่มแจ๋วจริงๆ

โดยในปัจจุบันมีศูนย์บริการของผู้จำหน่ายฯ ของนิสสัน ที่ผ่านการรับรองจำนวน 32 แห่งทั่วประเทศที่สามารถนำเสนอข้อมูลของนิสสัน ลีฟ ใหม่ รวมถึงความพร้อมบริการหลังการขาย โดยช่างเทคนิคที่มีความชำนาญการ ติดต่อศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของนิสสันได้ที่หมายเลข 02-401-9600 หรือ เว็บไซด์ของ Nissan’s LEAF page

ทั้งนี้ ลูกค้าผู้เป็นเจ้าของ นิสสัน ลีฟ ใหม่ จะได้รับการประกันคุณภาพรถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร

 

Share this article: