Subaru Forester รถดี ราคาโดน คุ้มสุดในกลุ่ม SUV

Subaru Forester รถดี ราคาโดน คุ้มสุดในกลุ่ม SUV

Subaru Forester รถดี ราคาโดน คุ้มสุดในกลุ่ม SUV

📅03 มิถุนายน 2019, 07:35

           หากจะถามหาความคุ้มค่าคุ้มราคาในตัวของ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) ต้องบอกเลยว่าคุ้มมากๆ ยิ่งตอนนี้ ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) ได้เปิดตัวซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ทำให้ราคาเปิดตัวมาได้เร้าใจสุดๆ ยิ่งเมื่อรวมกับสมรรถนะการขับขี่ที่ Autospeed2 ได้ลองมาในรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว ยอมรับว่าเป็นรถในกลุ่ม SUV ที่ช่วงล่างเลิศมากส่วนรุ่นใหม่นี้เพิ่มเติมความสดใหม่ของหน้าตามากขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารกว้างสบาย ถ้าไม่คุ้มก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้ว เพราะราคาเริ่มต้นที่ 1,030,000 บาท ในรุ่น 2.0i-L, รุ่น 2.0i-S ราคา 1,060,000 บาท และรุ่น รุ่น 2.0i-S-ES (EyeSight) ราคา 1,130,000 บาท เป็นเอสยูวีของครบที่ราคาคุ้มจริงๆ

 

         ดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ 2019 (The All-New Forester 2019) คือ การสร้างสรรค์ที่มาพร้อมความยั่งยืน ตัวรถสร้างจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูง มอบความทนทานและความแข็งแกร่งตามแบบฉบับของรถ SUV โครงสร้างตัวถังที่ยกขึ้น วัสดุหุ้มรถใหม่ และชุดกันชนที่นูนออกมามากขึ้น กระจังรอบไฟหน้า และไฟท้ายที่ตกแต่งใหม่ด้วยรายละเอียดที่ดูสวยงามกลมกลืน แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแรงและความหรูหรา

        ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกับญี่ปุ่น รถยนต์ซูบารุที่ผลิตในประเทศไทยยังคงไว้ซึ่ง 4 เทคโนโลยีหลัก คือ ซูบารุ โกลบอล แพลทฟอร์ม (Subaru Global Platform), ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive), เครื่องยนต์แบบ Boxer และสุดยอดเทคโนโลยี EyeSight  ซึ่ง ดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ (The All-New Forester 2019) มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพที่เหนือชั้นทั้งภายในและภายนอก เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย

มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาไล่เรียงกันตามนี้ 

  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ส่งพลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
  • ขุมพลังจากเครื่องยนต์ Boxer แบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร ช่วยเพิ่มแรงม้าและประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง
  • ระบบเกียร์ CVT 7 สปีด ช่วยให้เร่งความเร็วรถได้ดียิ่งขึ้น
  • ซูบารุ โกลบอล แพลทฟอร์ม (Subaru Global Platform) โครงสร้างรถที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและราบรื่นยิ่งขึ้น ลดแรงสั่นสะเทือน การแกว่งของตัวรถ และเสียงรบกวน
  • ฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย โดยใช้ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบบูรณาการ ทั้งการขับเคลื่อน All – Wheel Drive ระบบเบรก และระบบอื่นๆ
  • ระบบกระจายแรงบิด (Active torque vectoring) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมยานพาหนะได้อย่างมั่นใจเมื่อเข้าโค้ง
  • ระบบช่วยในการขับขี่ EyeSight ประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย คุณลักษณะนี้มีอยู่ในรถซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0 i-S EyeSight
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบตรวจจับยานพานะด้านหลัง (SVRD) ใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของรถ เพื่อตรวจจับวัตถุและยานพาหนะที่อยู่ด้านหลัง เพื่อการถอยรถและจอดรถอย่างไร้กังวล
  • การปรับรูปทรงของเสารถเพื่อลดจุดบอด ทำให้การมองเห็นครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

  • ระยะระหว่างพื้นกับตัวรถมากกว่า 220 มม.
  • ราวหลังคาที่ยกสูงขึ้นและจุดสำหรับผูกเชือก ทำให้พร้อมสำหรับการบรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น
  • การออกแบบภายในใหม่เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น
  • ช่องใส่ของหลังเบาะรถแบบหลายช่อง
  • พอร์ตชาร์จ USB
  • ช่องลมสำหรับเครื่องปรับอากาศที่คอนโซลกลาง
  • พื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นในห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้น ช่องเปิดท้ายรถที่กว้างขึ้น
  • ประตูพาวเวอร์ด้านหลัง ช่วยให้สามารถเปิด-ปิด และล็อคประตูทุกด้านของรถได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

               จะเห็นว่าเยอะไปหมด ยอมรับว่า ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จัดฟอเรสเตอร์ใหม่ ให้เน้นความคุ้ม มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุดกันเลยทีเดียว

           โดยในครั้งนี้ทีมงาน Autospeed2 ยังได้รับเชิญไปร่วมทดลองขับบนเส้นทางจากโชว์รูมซูบารุ ถ.เสรีไทย ไปยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เพื่อลองขับแบบใช้งานจริง ถึงระยะทางจะไม่ไกล แต่ทำให้รู้ว่าเจ้าฟอเรสเตอร์ใหม่ คันนี้ ยังคงไว้ลายความอเนกประสงค์และการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเอาไว้แบบเต็มขั้น

          จุดเด่นจากที่สัมผัสมาคือ ขุมพลังเบนซิน 156 แรงม้า แรงบิด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบเกียร์ Lineartronic CVT ตอบสนองรวดเร็ว พร้อมทั้งระบบ SI-DRIVE เลือกโหมดการขับแบบ [IIntelligent เน้นความนุ่มนวล [SSport เน้นความแรง รอบเครื่องสูง พร้อมพุ่งทะยาน รวมทั้งระบบ X-Mode ระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้ออัจฉริยะ ที่ช่วยให้ลุยไปในพื้นที่มีอุปสรรคได้ง่ายขึ้นเพียงปุ่มเดียว อารมณ์การขับยังคงสไตล์เดิมคือออกตัวแบบสุขุมและพุ่งทะยานแบบนิ่งๆ เป็นรถเอสยูวีที่ทำความเร็วสูงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เสริมด้วยระบบช่วงล่างทั้งหน้าและหลังแบบแมคเฟอร์สันตรัท ปีกนกคู่ ทำให้การขับมีความนุ่มนวล การเข้าโค้งทำได้ดี ท้ายไม่เหวี่ยง แทบจะไม่มีอาการกระด้างเลย ถือว่าทำได้ดีมากในส่วนของช่วงล่างและอัตราเร่ง

           ส่วนที่น่าสนใจคือ ระบบ ES หรือ EyeSight ช่วยเติมเต็มเทคโนโลยีหลักของซูบารุ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ก้าวไปอีกขั้น เป็นระบบสนับสนุนการขับขี่ที่ใช้ฟังก์ชั่นหลากหลายเพื่อช่วยผู้ขับขี่ให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกการเดินทาง นวัตกรรม EyeSight ใช้กล้องแบบสเตอริโอเพื่อตรวจจับยานพาหนะอื่นที่อยู่รอบข้าง สิ่งกีดขวาง เลนการจราจร ตลอดจนวัตถุอื่นๆ ภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม EyeSight  Driver Assist จะบังคับเบรกหรือลดคันเร่งเพื่อลดความเสี่ยงในการชน

6 ฟังก์ชั่นหลักของ EyeSight Driver Assist ประกอบด้วย

  • ระบบเบรคก่อนชน (Pre-Collision Braking**) – ระบบเตือนผู้ขับขี่ด้วยเสียงและไฟบนหน้าปัดรถ หากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนองต่อคำเตือน ระบบจะใช้เบรกโดยอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ หรือเพื่อป้องกันการชนหากเป็นไปได้ แต่หากผู้ขับขี่ฟังคำเตือนและหลีกเลี่ยงการชน ระบบก็จะสามารถป้องกันไม่ให้เหตุร้ายเกิดขึ้นได้
  • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบปรับความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) – นอกเหนือจากการรักษาความเร็วของรถตามที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ ระบบ Adaptive Cruise Control ยังสามารถปรับความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันหน้า โดยอาศัยการตรวจจับระยะห่างและความแตกต่างของความเร็ว ระบบจะปรับเครื่องยนต์ เกียร์และเบรค เพื่อให้ความเร็วของรถสอดคล้องกับสภาพการจราจร

 

  • ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน (Pre-Collision Throttle Management) – เมื่อเทคโนโลยี EyeSight Driver Assist ตรวจจับอุปสรรคที่อยู่ในเส้นทางของยานพาหนะ แต่ผู้ขับขี่ไม่หลีกเลี่ยง ระบบPre-Collision Throttle Management จะส่งเสียงเตือนสั้นๆ หลายครั้ง และจะเปิดไฟกระพริบ ก่อนที่จะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า
  • ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน (Lane Departure Warning) – เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว 50 กม. ต่อชั่วโมงขึ้นไป และเริ่มเคลื่อนไปอยู่ที่ขอบเลน ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ก่อนที่จะออกจากเลน เมื่อรถจะออกจากเลน โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ได้ส่งสัญญาณไฟแจ้ง
  • ระบบเตือนเมื่อขับรถส่าย (Lane Sway Warning) – ระบบเตือน Lane Sway จะช่วยเตือนผู้ขับขี่ด้วยเสียงเตือนและไฟกระพริบที่หน้าปัดเมื่อรถเริ่มขับส่ายไปมา โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 60 กม. ต่อชั่วโมงขึ้นไป
  • ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ (Lead Vehicle Start Alert) – เมื่อรถหยุด และ EyeSight Driver Assist  ตรวจจับได้ว่าการจราจรเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง  ระบบ Lead Vehicle Start Alert จะเตือนด้วยเสียงและไฟกระพริบ ให้ผู้ขับขี่เตรียมพร้อมออกรถ

 

 

 

 

           คิดดูสิว่า รถขับดี เทคโนโลยีเพียบ ชื่อของฟอเรสเตอร์การันตีคุณภาพมาหลายรุ่นแล้ว ยิ่งเป็นรุ่นใหม่นี้ที่ประกอบในไทยทำราคามาได้น่าสนใจสุดๆ ยอมรับเลยว่า ดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ 2019 (The All-New Forester 2019) รถดี ราคาโดนใจจริงๆ 

Share this article: