บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ นี่คือตัวแรงในคราบรถบ้าน อย่าได้ไปแหย่เค้าให้เชียวนะ

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ นี่คือตัวแรงในคราบรถบ้าน อย่าได้ไปแหย่เค้าให้เชียวนะ

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ นี่คือตัวแรงในคราบรถบ้าน อย่าได้ไปแหย่เค้าให้เชียวนะ

📅03 มิถุนายน 2019, 06:34

       หลายปีที่ผ่านมา Autospeed2 ได้ทดลองขับบีเอ็มดับเบิลยูในหลากหลายรุ่น ซึ่งต้องบอกว่าเจ้าซีรี่ส์3 เนี่ย เป็นอะไรที่สมควรต่อการเลือกเป็นรถที่ใช้งานในชีวิตประจำวันในตัวเลือกแรกๆ เพราะด้วยรูปโฉมที่สวยงามไปทุกสัดส่วน ขุมพลังที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ในทุกจังหวะ แถมยังอัพเกรดเทคโนโลยีความปลอดภัยกันแบบเต็มขึ้น ทำให้เจ้าซีรี่ส์ 3 เจเนอเรชั่นที่ 7 นี้ สมบูรณ์แบบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

        บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 เจเนอเรชั่นแรกได้เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปี พ.ศ. 2518 ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ในวงการรถยนต์ด้วยสมรรถนะ ความปราดเปรียวและรูปลักษณ์สปอร์ตสะดุดตา ซึ่งตลอด 40 ปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ได้พิสูจน์ถึงความเป็นตำนานที่ยังคงสัมผัสได้ ด้วยดีไซน์ที่ทันยุคทันสมัย สมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่ที่จัดจ้าน รวมถึงนวัตกรรมที่เหมาะกับการใช้งานมาถึงรุ่นล่าสุดกับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 7 ที่ได้รับการพัฒนาทั้งด้านดีไซน์ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่เร้าใจสไตล์บีเอ็มดับเบิลยู 

         ความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ นอกจากดีไซน์สปอร์ตโฉมใหม่สะดุดตาและเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัยแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ยังเหนือกว่าในด้านการประหยัดเชื้อเพลิง ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยที่ 21.7 กิโลเมตรต่อลิตร นอกจากจะเป็นหนึ่งในรถที่มีความประหยัดน้ำมันที่สุดในเซกเมนต์แล้ว ยังผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานมลพิษของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีตัวเลือก 2 รุ่น คือ 320d Sport ใหม่ ราคา 2,959,000 บาท และ 330i M Sport ใหม่ ราคา 3,359,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

          รูปโฉมของตัวถังมาในดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตา ตอกย้ำความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่แข็งแกร่งและคมชัด ด้านหน้าของตัวรถมาในรูปลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบที่เชื่อมกับไฟหน้าคู่ LED ทรงเรียวยาวดีไซน์ใหม่ล่าสุด รับกับช่องดักอากาศรูปทรง T เพิ่มความโดดเด่นให้แก่ด้านหน้าของรถ ด้านข้างของตัวรถโดดเด่นด้วยกรอบหน้าต่างดีไซน์แบบ Hofmeister Kink อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูที่ได้รับการออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับเสา C-pillar มอบมิติ ไร้ขอบหรูหรายิ่งขึ้น พร้อมด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่เรียวยิ่งขึ้นในรูปทรง L แนวนอนสีหม่นแบบสามมิติ และท่อไอเสียแบบคู่ให้ท้ายรถดูกว้างและสปอร์ตกว่าเดิม

           การออกแบบโครงสร้างและเทคโนโลยีแชสซีใหม่ล่าสุดในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ทำให้การควบคุมมีความเฉียบคมและปราดเปรียวยิ่งขึ้น ผสมผสานทั้งความสปอร์ตและความนุ่มสบายไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยประสิทธิภาพของชุดเบรกที่เหนือชั้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 และตัวรถยังมีน้ำหนักที่เบาลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 55 กิโลกรัม จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมในชิ้นส่วนและโครงสร้างต่างๆ เช่น กระโปรงและกันชนหน้า ส่วนการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำถึง 0.26 ลดลง 0.03 จากรุ่นก่อนหน้า ทั้งจากระบบ Active Air Flap แผ่นปิดด้านในกระจังหน้าไตคู่เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด และการจัดระเบียบทิศทางการไหลของอากาศผ่าน Air Curtains ที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ มิติของตัวรถ มีความกว้างเพิ่มขึ้น 16 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 76 มิลลิเมตร ฐานล้อมีขนาด 2,851 มิลลิเมตร กว้างขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 41 มิลลิเมตร ทำให้บริเวณห้องโดยสารด้านหลังมีพื้นที่กว้างขวางสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย

BMW 330i MSport

BMW 320d Sport

          ความแรงของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนล่าสุด มอบพละกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาทีจากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ โดยบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ส่งกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้าที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยทั้งสองรุ่นรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

       ในส่วนของ บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ใหม่ มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้วลาย V Spoke และชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ด้วยขอบหน้าต่าง ขอบช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงาเช่นเดียวกับภายใน ซึ่งตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Mesheffect พร้อมพวงมาลัยและที่นั่งด้านหน้าแบบสปอร์ต ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Sport ที่ช่วยเสริมทั้งรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและสมรรถนะปราดเปรียว ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่าง ชุดเบรก และชุดแอโรไดนามิคส์ แบบ M Sport ล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้วลาย Double Spoke และพวงมาลัยหนังแท้ M ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียม Tetragon

        ส่วนห้องโดยสารได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมแผงหน้าปัดและจอ Control Display ในดีไซน์ใหม่ สะดวกสบายด้วยพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังที่กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่จุสัมภาระถึง 480 ลิตร เบาะนั่งสามารถพับได้แบบ 40:20:40 บรรยากาศหรูหราด้วยไฟ ambient light และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 ตอน

         นอกจากระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ที่ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport และทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistant) ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control) ในบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ที่มาพร้อมระบบ BMW Live Cockpit Plus รวมถึงระบบการเชื่อมต่อ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่อตามสมัยนิยมและระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport

         พร้อมด้วยฟังก์ชั่น Reversing Assistant ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในเซกเมนต์ โดยฟังก์ชั่น Reversing Assistant นี้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวเข้า หรือทางตัน ได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมองที่จำกัด ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวจะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเริ่มใช้งานโดยกดปุ่ม Reversing Assistant ขณะจอดนิ่งที่เกียร์ P หลังจากนั้น รถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด ผู้ขับขี่จะมีหน้าที่เพียงแค่แตะเบรกหรือคันเร่ง โดยความเร็วในการถอยอัตโนมัติจะอยู่ที่ความเร็วสูงสุด 9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งระบบจะสามารถจดจำองศาการเลี้ยวภายในระยะ 50 เมตรสุดท้ายไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถแม้กระทั่งถอยออกจากที่จอดรถได้แม้จะจอดทิ้งไว้ข้ามคืนหรือเป็นระยะเวลาหลายวัน

          สำหรับการทดลองขับ ทางทีมงานบีเอ็มดับเบิลยูจัดให้ขับกันที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งแบ่งเป็นสนามสำหรับขับแบบเต็มรอบสนาม มีทั้งทางตรงลองอัตราเร่ง ทางโค้งที่จัดไว้หลายรูปแบบ รวมทั้งการขับแบบสลาลอม, Emergency Lane Change และ Mouse Test อีกด้วย จากนั้นจึงขยับออกจากสนาม ด้วยการขับบนเส้นทางไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อลองขับแบบใช้งานจริง ซึ่งทำให้รู้ว่าระบบช่วงล่างเนี่ยเป็นพระเอกจริงๆ

          จริงอยู่ที่เราไว้เนืิ้อเชื่อใจกับสมรรถนะความแรงและการควบคุมของบีเอ็มดับเบิลยูในทุกรุ่น ซึ่งนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่เด็ดสุดกลายเป็นระบบช่วงล่างที่เซ็ทมาได้ยอดเยี่ยม มีความหนึบ นุ่ม ไม่กระด้าง แม้ว่าจะทำความเร็วในระดับทะลุ 140 กม./ชม. ผู้ขับจะยังคงมีความมั่นใจกับการควบคุม คุณสามารถขับรูดผ่านทางที่ขรุขระบนถนนหลวงได้อย่างสบายๆ และสามารถควบคุมรถได้แบบมั่นใจอีกด้วย และที่พิเศษไปกว่านั้น เมื่อนั่งอยู่ในรถเรื่องของเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มสร้างความสนุกในการขับได้อย่างสุดยอด แต่เมื่อเปิดประตูลงมาฟังเสียงนอกตัวรถ กลับดังในระดับที่ไม่รำคาญหูชาวบ้าน เป็นเรื่องที่วิศวกรคิดเอาไว้แล้วว่า เสียงเครื่องยนต์ที่ดังออกมาอาจจะสร้างความรำคาญใจให้กับผู้อื่นได้ จึงออกแบบให้เส้นทางของเสียงดังย้อนเข้ามาในห้องโดยสารมากขึ้น ทำให้เกิดความเร้าใจได้ตลอดเวลา ถือว่าเป็นซีรี่ส์ 3 รุ่นใหม่ที่พุ่งตรงไปยังผู้ที่ชื่นชอบการขับรถในสไตล์สปอร์ต ดุดัน แต่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบสบายๆ พูดเลยว่าเห็นเป็นรถบ้าน ดีไซน์ฺสวยๆ ดูไม่มีพิษสงอะไร แต่อย่างแหยมเป็นอันขาด เพราะเจ้าซีรีย์ 3 ใหม่ พร้อมจะฉีกกระชากทิ้งห่างหลายเสาไฟฟ้าได้แบบสบายๆ เลยทีเดียว.

Share this article: