ทดลองขับ New Mitsubishi Outlander PHEV รอบเมืองทั้งทางเรียบและทางฝุ่น

    AUTOSPEED2  ทดลองขับ New Mitsubishi Outlander PHEV แบบวันเดย์ทริปรอบๆกรุงเทพ เส้นทางที่ได้ทดลองขับเราจะเริ่มจากริมเมืองทองธานี ขับออกสู่ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าสู่ถนนอักษะ แล้วตรงสู่จ.สมุทรสาคร เข้าสู่เส้นพระราม 2 กลับขึ้นทางด่วน ข้ามสะพานพระราม 9 ลงถนนพระราม 3 ต่อด้วยถนนพระราม 4 ขึ้นทางด่วนมุ่งสู่ถนนรังสิต-นครนายก แล้ววกกลับเข้าสู่เมืองปทุมธานี จากนั้นขึ้นทางด่วนกลับสู่เมืองทองธานี สุดท้ายจะเป็นการทดลองขับในสนามรูปแบบ Cross Country ก็เป็นอันจบการทดลองขับ New Mitsubishi Outlander PHEV ใน 1 วัน รวมระยะทางที่ได้ทดลองขับกัน 222 กม.

    สำหรับ New Mitsubishi Outlander PHEV เป็นรถเอสยูวี พีเอชอีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 305 แรงม้า คือล้อหน้าใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 60 กิโลวัตต์ หรือ 82 แรงม้า แรงบิด 137 นิวตันเมตร ส่วนล้อหลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 70 กิโลวัตต์ หรือ 95 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ลิขสิทธิ์เฉพาะของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เขาแลย แถมเจ้า New Mitsubishi Outlander PHEV ยังสามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ เพียงการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถอีกด้วย ตัวเป้นแบบแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 13.8 กิโลวัตต์/ชั่วโมง จัดวางในตำแหน่งใต้ตัวถังรถเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ส่วนการชาร์จแบบปกติจะใช้เวลา 4 ชั่วโมง ส่วนแบบ Quick Charge กับหัว CHAdeMO ใช้เวลา 25 นาที จะชาร์จได้ถึง 80 % เลยทีเดียว

    New Mitsubishi Outlander PHEV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น คือ GT กับ GT-Premium ลักษณะภายนอกตัวรถ ออกแบบมาดูดุดันใช้ได้ โดยรวมก็เหมือนตัวลุยที่เด่นๆหลายๆรุ่นในค่ายเดียวกัน ด้านหน้าตัวไฟหน้า กระจัง กันชน ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ของค่ายดี  ด้านข้างเส้นสายเรียบง่ายอาจจะดูไม่ค่อยล้ำสมัยแต่ก็ดูดีไปอีกแบบ ด้านท้ายดีไซน์เรียบหรูสไตล์ยุโรปที่ลงตัวทุกมุมมอง ล้อเป็นขนาด 18 นิ้ว กับยางไซส์ 225/55-18 ส่วนของภายในกว้างขวางไม่อึดอัด มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ ‘ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท’ ที่ดูหรูหราไม่น้อย อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ที่รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆมากมาย ขนาดสัดส่วนตัวรถ ความยาว 4,695 มม. กว้าง 1,800 มม. สูง 1,710 มม. ความกว้างล้อหน้า-หลัง 1,540 มม. ฐานล้อ 2,670 มม. ระยะต่ำสุด 190 มม. น้ำหนักตัว 1,930 กก. (รุ่น GT 1,915 กก.)  ระบบความปลอดภัยคับคั่ง อย่างระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)  และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุดอีกด้วย

    เริ่มการทดลองขับ ง่ายๆและไม่ยุ่งยากเลย เข้าเกียร์ในตำแหน่ง D ก็สามารถขับไปได้แล้ว ฟังค์ชั่นทุกอย่าง New Mitsubishi Outlander PHEV จัดการให้เองเป็นแบบอัตโนมัติ อาจจะไม่มีฟังค์ชั่นที่ดู “แพรวพราว” เหมือนคู่แข่งหลายๆค่าย แต่ก็มีครบๆทุกการใช้งาน ถือว่าเป็นข้อดีที่ไม่ต้องวุ่นวายหรือสับสนเวลาใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับออกตัวถือว่ากระฉับกระเฉงดี อัตราเร่งทันใจ การขับช่วงแรกลอง โหมด EV เพราะแบตเตอรี่มีปริมาณเต็มเปี่นม อัตราเร่งถือว่าดี การขับขี่มีความเงียบและนุ่มนวล ตามข้อมูลที่แจ้งมาในโหมดนี้ยังสามารถทำความเร็วได้ถึง 135 กม./ชม. เลยทีเดียว แต่เราไม่ได้ลองเท่านั้น ในโหมด EV ขับๆไปพร้อมฟังค์ชั่นการชาร์จไฟกลับที่สามารถปรับได้ถึง 5 ระดับตามความต้องการของผู้ขับขี่ ช่วงแรกของการทดลองขับที่ขับไปได้ถึง 45 กิโลเมตร และยังสามารถขับไปต่อได้อีก 32 กิโลเมตรเลยทีเดียว

    ทดลองขับต่อไปด้วยโหมด Series Hybrid อันนี้ก็ยังขับสนุกและทันใจ โหมดนี้จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยไฟฟ้าในแบตเตอรี่เป็นหลัก การขับแบบปกติถือว่าราบรื่นและนุ่มนวลเหมือนเดิม แต่พอช่วงมีการกดคันเร่งเพื่อเร่งแซงหรือช่วงขับขึ้นสะพานชันๆ ตัวเครื่องยนต์จะส่งพลังงานมาช่วยอีกแรงนึงด้วย ต่อมาลองโหมด Parallel ดูบ้าง โหมดนี้จะเป็นการทำงานควบคู่กัน ระหว่างเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าทำให้การขับขี่ “เร้าใจ” อัตราเร่งทันใจ เร่งแซงมั่นใจขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

    ในส่วนของการบังคับควบคุม New Mitsubishi Outlander PHEV ที่ดูเหมือนคันใหญ่ที่น่าจะ “อุ้ยอ้าย” แต่ลองขับแล้วคล่องตัวมาก พวงมาลับน้ำหนักกำลังดี ฉับไว และแม่นยำ ช่วงล่าง “แน่น” และหนึบกำลังดี การเกาะถนนแน่นอนตัวรถเป็นแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วยให้การขับขี่ทุกสภาพเส้นทางง่ายดายและปลอดภัย  สำหรับอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม.

    ช่วงท้ายของการทดสอบจะได้ลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ในสนามทดลองขับแบบ Cross Country ที่มีช่วงให้ลองอัตราการเร่ง ระบบการควบคุม ระบบเบรก และระบบเสถียรภาพด้วยการเข้าโค้งแบบวงกลม ซึ่งในรอบแรกจะเป็นการทดลองขับด้วยโหมดการขับขี่แบบ Normal ซึ่งมีสวิทช์ปรับอยู่ถัดจากคันเกียร์ลงไป การขับในรอบแรกตัวรถจะมีอาการลื่นไถลบ้างยามเข้าโค้งต่างๆ แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมได้

    ส่วนในรอบที่สอง ปรับเป็นโหมด Sport ดูบ้าง อัตราเร่งรู้สึกทันใจมากขึ้น การตอบสนองของรถดีเยี่ยม ขับสนุก สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ และสามารถเร่งออกจากโค้งได้รวดเร็วกว่าโหมดแรกอย่างรู้สึกได้ แต่ตัวรถก็ยังมีอาการสไลด์ในช่วงเข้าโค้งบ้างนิดหน่อย สุดท้ายลองโหมด Lock ที่อัตราเร่งยังคงดีเยี่ยมอยู่แต่การขับขี่รู้สึกมั่นใจมาก ตัวรถเข้าโค้งต่างๆด้วยความเร็วเท่าเดิมแต่จะไม่มีอาการลื่นไถลให้เห็นเลยแม้แต่สภาพเส้นทางจะเป็นกรวดหินที่ลื่นมากก็ตาม

    สรุป New Mitsubishi Outlander PHEV ราคาค่าตัวอาจจะดูสูงไปหน่อย หน้าตาอาจโบราณไปนิด แต่ก็ดูคุ้มค่ากับรถยนต์คันหนึ่งที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เทคโนโลยีที่ทันสมัยพอตัว และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง….