MG3 ใหม่..ความสนุกที่สร้างรอยยิ้มได้ตลอดเส้นทาง

MG3 ใหม่..ความสนุกที่สร้างรอยยิ้มได้ตลอดเส้นทาง

MG3 ใหม่..ความสนุกที่สร้างรอยยิ้มได้ตลอดเส้นทาง

📅13 กันยายน 2018, 03:28

MG3 ใหม่ เป็นรถเล็กๆ แต่มาแรงแบบเงียบๆ เพราะแอบมากวาดยอดขายในกลุ่มรถคอมแพ็คแบบที่เจ้าตลาดยังต้องมองค้อน..นั่นเป็นเพราะหน้าตาที่โดดเด่น การขับที่สนุกสนานกว่าเดิม การเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และที่สำคัญมันยังสามารถสร้างอารมณ์ให้เร้าใจได้อย่างดีในทุกครั้งที่ออกเดินทาง ครั้งนี้ Autospeed2 ได้ลองขับจากกรุงเทพสู่หัวหินพร้อมกับความสนุกตลอดเส้นทาง

การทดสอบครั้งนี้ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสและทดสอบ MG3 ใหม่ รถยนต์แฮทช์แบ็กสีสันสดใสที่มาพร้อมนิยาม “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” กับรูปลักษณ์ใหม่ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย สีสันโดนใจ พร้อมสมรรถนะที่มาเติมเต็มประสบการณ์ขับขี่ให้สนุกทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ เพราะเอ็มจีเชื่อว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การขับรถ แต่ประสบการณ์และความสนุกสนานระหว่างการเดินทางคือสิ่งที่สำคัญ  สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ร่วมทดสอบฟังก์ชั่นใหม่ๆ รวมถึงสมรรถนะของรถกันอย่างเต็มที่ทั้งในรูปแบบของการใช้งานจริงบนท้องถนนและในสนามทดสอบจำลองที่จัดเตรียมไว้เพื่อการทดสอบระบบความปลอดภัยในรถยนต์ MG3 ใหม่ โดยเฉพาะ บนเส้นทางกรุงเทพสู่หัวหิน รวมระยะทางกว่า 240 กิโลเมตร 

ไฮไลท์ของ MG3 ใหม่ มีอะไรบ้าง เริ่มต้นจากการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (BRIT DYNAMIC) ที่ทำให้สมรรถนะ การควบคุม การออกแบบ และความปลอดภัย สนุกยิ่งขึ้นด้วยการผสานเทคโนโลยี สีสัน ความสะดวกสบาย ความคล่องแคล่ว และความสนุกในการขับขี่เข้าด้วยกัน ดีไซน์ที่แปลกใหม่เตะตาด้วยกระจังหน้าใหม่ ให้ความหรูหราและทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเอ็มจีอย่างชัดเจน ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) สอดรับกับไฟท้ายแนวตั้งแบบแอลอีดี ไลท์ไกด์ (LED Light Guide) พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลัง ก่อนจะเพิ่มความสปอร์ตอย่างโฉบเฉี่ยว ที่ไม่มีในรถรุ่นเดียวกัน ด้วยหลังคาซันรูฟปรับไฟฟ้า เสริมด้วยสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต สเกิร์ตข้างสีทูโทน และล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ทันสมัย โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะและพรีเมียมขึ้นด้วยแผงคอนโซลหน้าตกแต่งเส้นสายสีสันโมเดิร์นกราฟิก พร้อมระบบปรับอากาศเป็นแบบอิเล็คทรอนิก และช่องแอร์ทรงกลมสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ เน้นความกว้างขวางและนั่งสบายทั้งที่นั่งแถวหน้าและแถวหลังด้วยเบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง ผสานเส้นสายกับสีสันของเบาะโดยสารลายโมเดิร์นกราฟิก เบาะที่นั่งหลังสามารถปรับพับแยกส่วนในการเก็บสัมภาระแบบ 60:40 สร้างความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว

ระบบขับเคลื่อนใหม่ ที่เร้าใจและสร้างความสนุกได้มากกว่าเดิม ด้วยขุมพลังเบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1,498 ซีซี VTi-TECH จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ผสานระบบกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อม Manual Mode ที่ปรับปรุงใหม่ตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น สามารถรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85 สนุกกับการควบคุมรถไปในทิศทางที่ต้องการด้วยระบบพวงมาลัยแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิก อีกทั้งยังมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.425 เมตร ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ ที่สำคัญยังคงประสิทธิภาพอันโดดเด่นด้วยระบบช่วงล่าง EUROPEAN TUNING SUSPENSION ด้านหน้ามาในรูปแบบของแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม สามารถตอบโจทย์และคอนโทรลรถอย่างมั่นใจไม่ว่าทางตรงหรือทางโค้ง มาพร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน ส่วนด้านหลังแบบดรัมเบรก

ในด้านความปลอดภัยมาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชัน ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS(Anti-Lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) เข้าโค้งอย่างมั่นใจด้วยระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง  CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR (Motor Control Slide Retainer)  นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องมองหลัง และสัญญาณเตือนระยะถอยหลังที่ช่วยให้การถอยจอดเป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่สร้างความเพลิดเพลินได้ตลอดเส้นทางด้วยเทคโนโลยี i-SMART ฟังก์ชั่นที่เชื่อมกับอินเทอร์เน็ตและระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยและสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา อาทิ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ และระบบเบรก ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกับช่วยแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของรถที่ผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการโจรกรรม ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับ 

รวมทั้ง MG3 ใหม่ ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพของ i-SMART ด้วยการอัพเดตฟังก์ชั่นใหม่บนแผนที่นำทาง  สนุกและสะดวกมากขึ้นกับจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ฟังก์ชันที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน WONGNAI สำหรับเสิร์ชหาร้านอาหารและแนะนำเมนูเด็ด  ฟังก์ชันใช้งาน AGODA เพื่อค้นหาโรงแรม เมื่อต้องท่องเที่ยวหรือเดินทางค้างแรม รวมทั้งฟังก์ชันใช้งาน Online Music ในรูปแบบ Live Stream บนระบบคลาวด์ได้กว่า 1 ล้านเพลง ช่วยเติมเต็มความสนุกของตลอดการขับขี่ได้เสมอ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาแปลงไฟล์เพลงมาลง หรือต่อบลูทูธจากมือถือ เพราะมีเพลงให้เลือกในคลาวด์ได้ขนาดที่ขับรถจากแม่ฮ่องสอนมานราธิวาสยังฟังไม่หมดกันเลยทีเดียว

ในภาพรวมของการทดลองขับ ต้องบอกว่าด้วยระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์และเกียร์ชุดใหม่ แม้จะมีเพียง 4 สปีด แต่ตอบสนองการขับได้อย่างน่าตื่นเต้น หากอยากสนุกให้ลองปรับเกียร์เป็นแบบแมนวลจะสนุกสนานและเร้าใจยิ่งขึ้น แต่หากขับแบบออโต้ปกติในช่วงออกตัวจะค่อยเป็นค่อยไป ถ้าใจร้อนเร่งแซงในตอนที่รอบเครื่องยังไม่สูง จะต้องรอเวลาสักนิด แต่ถ้าทำความเร็วในระดับกลาง แล้วกดคันเร่งเพิ่มเพื่อเร่งแซงยังคงทำได้ไร้กังวล และอย่างที่บอกถ้าอยากสนุกให้ลองปรับเป็นแบบแมนวลดูจะคักคักมากขึ้น

พวงมาลัยและระบบช่วงล่างทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม จะมีติตรงที่น้ำหนักพวงมาลัยนั้นหนักไปหน่อย ในช่วงทำความเร็วต่ำหรือขับในเมืองจะรู้สึกเลยว่าพวงมาลัยนั้นหนักมาก ตรงนี้สาวๆ คงไม่ชอบ แต่ทางทีมงานเอ็มจีรับคอมเมนต์ไปเรียบร้อย จะได้เห็นการปรับปรุงน้ำหนักพวงมาลัยให้ใหม่อย่างแน่นอน ส่วนช่วงล่างนุ่มและแน่น แถมตัวถังยังสั้นๆ ทำให้การควบคุมนั้นง่ายและสะดวก น่าจะถูกใจวัยรุ่นโดยเฉพาะเรื่องของการเชื่อมต่อ มีเพลงออนไลน์ให้ฟังฟรี 5 ปี หาร้านอาหารจาก Wongnai ได้ทั่วประเทศ จะค้นหาโรงแรมผ่าน Agoda ก็สะดวกมาก..แต่จะมีจุดติอีกนิดหน่อยคือ ระบบการสั่งงานด้วยเสียงที่ยังเป็นรองรุ่นพี่อย่าง MG ZS อยู่พอสมควร เพราะด้วยตัวถังที่เล็กกว่า และมีการเก็บเสียงที่เป็นรอง ทำให้มีเสียงลมได้ยินเข้ามาในห้องโดยสารตั้งแต่ช่วงความเร็ว 100 กม./ชม. มีผลให้การสั่งการด้วยเสียงมีความผิดพลาด ต้องพูดให้เสียงดังๆ เข้าไว้ ตรงนี้น่าจะมีการแก้ไขแน่นอน เพราะลองเทียบกับการจอดหยุดนิ่งและขับด้วยความเร็วต่ำ สามารถสั่งการได้ปกติ แต่เมื่อทำความเร็ว มีเสียงรอบข้างดังเข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้ระบบสั่งการด้วยเสียงทำงานผิดพลาดอยู่ระดับหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นในภาพรวมถือว่า MG3 ใหม่ ทำได้น่าประทับใจมากกว่ารุ่นเดิมมาก โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นกว่าเดิมเยอะมากเลยทีเดียว

ทั้งนี้ MG3 ใหม่ มาพร้อมทางเลือกทั้งหมด 5 สี เหลือง-ทิวดอร์ เยลโล่ (Tudor Yellow), แดง-รูบี เรด (Ruby Red), ฟ้า-มารีนา บลู (Marina Blue), ขาว-อาร์กติกไวท์ (Arctic White) และดำ-แบล็คไนท์ (Black Knight) โดยมี 4 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่น C ราคา 519,000 บาท,  รุ่น D ราคา 549,000 บาท, รุ่น X Sunroof ราคา 589,000 บาท และรุ่น V Sunroof ราคา 629,000 บาท

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนางานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ MG3 ใหม่ จะได้รับแพ็คเกจใช้งานระบบอัจฉริยะ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี และอุ่นใจกับการบริการหลังการขาย “แพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service)” ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) และการให้คำแนะนำผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1267 (MG Call Centre 1267) รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) อีกด้วย

 

Share this article: