จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) คือ ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ที่เร็วที่สุด ด้วยเวลาต่อรอบ 6 นาที 47.3 วินาที

จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) คือ ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ที่เร็วที่สุด ด้วยเวลาต่อรอบ 6 นาที 47.3 วินาที

จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) คือ ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ที่เร็วที่สุด ด้วยเวลาต่อรอบ 6 นาที 47.3 วินาที

📅02 ตุลาคม 2017, 15:12

เป็นอีกครั้งสำหรับปอร์เช่ในการทำลายสถิติความเร็วบนสนามทดสอบรถสปอร์ตระดับแนวหน้าที่ได้รับ การยอมรับไปทั่วโลก ด้วยระยะทาง 20.6 กิโลเมตรของ Nürburgring Nordschleife เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ปอร์เช่ 911 จีที2 อาร์เอส (Porsche 911 GT2 RS) ได้กลายเป็นยนตกรรมที่ถูกบันทึกสถิติความเร็วต่อรอบด้วยเวลา 6 นาที กับอีก 47.3 วินาที ทั้งนี้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นดังกล่าวนับเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของปอร์เช่ Mr. Frank-Steffen Walliser รองประธานบริหารส่วนงาน Motorsport และ GT Cars แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “ในระยะ เริ่มต้นขั้นตอนการพัฒนา เราตั้งเป้าหมายในส่วนของศักยภาพในการทำความเร็วต่อรอบสำหรับ จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) ไว้เพียงแค่ต่ำกว่า 7 นาที 5 วินาที เท่านั้น ต้องยกเครดิตในการก้าวข้ามจุดมุ่งหมายที่เราหวังไว้ได้เร็วกว่าถึง 17.7 วินาทีนี้้ ให้แก่บรรดาวิศวกร ช่างเทคนิค และนักขับทดสอบของเรา ทั้งหมดได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและ การทำงานเป็นทีมที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นทางการว่า จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) นั้น ไม่ได้เป็นเพียงรถสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุด แต่มันคือปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

การทุบสถิติความเร็วดังกว่าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว Lars Kern ชาวเยอรมันวัย 30 ปี และ Nick Tandy ชาวอังกฤษ วัย 32 ปี คือ 2 นักขับทดสอบที่ทำสถิติบนสนามดังกล่าวได้ในการทดสอบขับครั้งแรก (6 นาที 52.01 วินาที) และด้วย ความพยายามในการขับขี่อีก 5 รอบสนาม เวลาที่ทำได้ล้วนต่ำกว่า 6 นาที 50 วินาทีทั้งหมด Andreas Preuninger ผู้อำนวยการแผนก GT Model Line ให้ทรรศนะไว้ว่า “การทำลายสถิติความเร็วได้สำเร็จนั้น เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่แสดงให้ เห็นถึงความเหนือชั้นของ จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมคือความคงเส้นคงวาของสมรรถนะการขับขี่ใน ทุกๆ รอบสนาม เราทุกคนรู้สึกภูมิใจในมุมของผลงานที่ได้รับจากรถยนต์ทดสอบ 2 คัน รวมทั้งนับขับทดสอบ 2 คน ที่มีความแตกต่างกัน ทำให้เราเชื่อมั่นว่า ขีดความสามารถของ จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) นั้นจะช่วยให้เกิดสถิติการทำ ความเร็วเกิดขึ้นอีก ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างแน่นอน”

Tandy ในฐานะนักขับทดสอบของโรงงานปอร์เช่ ลงทุนเดินทางหลังจบการแข่งขันรายการระยะยาว 6 ชั่วโมงใน Austin เพื่อเข้าร่วมการทดสอบโดยเฉพาะจาก Texas มายัง Nürburgring สับเปลี่ยนจากรถแข่ง Le Mans โปรโตไทป์ ปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) มาประจำการหลังพวงมาลัยของยนตกรรมสปอร์ต 700 แรงม้า (515 กิโลวัตต์) 911 จีที2 อาร์เอส (911 GT2 RS) ติดตั้งยาง Michelin Pilot Cup 2 บนรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น สง่าสาม ทางด้าน Lars Kern ผู้ซึ่งผันตัวเองจากวงการแข่งรถมาเป็นนักขับทดสอบของปอร์เช่ และในท้ายที่สุดเขาคนนี้คือผู้รับบทบาทใน การจารึกสถิติความเร็วต่อรอบที่ดีที่สุด ด้วยประสบการณ์ในการเข้าร่วมแข็งขันรายการ Carrera Cup Australia รวมทั้ง การคว้าชัยชนะในรายการ VLN Endurance Championship ที่ Nürburgring แห่งนี้ Kern จึงมีความคุ้นเคยกับเส้นทาง บน Nordschleife เป็นอย่างมาก ในขั้นตอนการขับทดสอบเพื่อบันทึกสถิติความเร็วต่อรอบนั้น เริ่มต้นขึ้นในเวลา

19:11 น. และจบลงด้วยระยะเวลา 6 นาที กับอีก 47.3 วินาทีต่อมา ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่มีความเหมาะสมต่อ การทดสอบ ซึ่งส่งผลดีสำหรับนักขับระยะทางรอบสนามที่ใช้ในการบันทึกเวลาคือ 20.6 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยของรถ ทดสอบอยู่ที่ 184.11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) เวอร์ชั่นรถถนนที่เร็วที่สุดและทรงพลังที่สุด เปิดตัวครั้งแรกของโลกภายในงาน Festival of Speed เมือง Goodwood ประเทศอังกฤษ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขุมพลังอันเป็นหัวใจหลักของ รถยนต์คันนี้คือเครื่องยนต์ 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ที่ให้พละกำลังมหาศาลถึง 700 แรงม้า (515 กิโลวัตต์) น้ำหนักรวม พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังเพียง 1,470 กิโลกรัม ส่งผลให้ยนตกรรมสปอร์ต 2 ที่นั่งน้ำหนักเบา สร้างอัตราเร่งกระชาก ใจจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น คูเป้ขับเคลื่อน 2 ล้อ หลังคันนี้สามารถพุ่งทะยานทะลุเพดานความเร็วสูงสุดกว่า 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นได้ด้วย นวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำยุคที่ได้รับการถ่ายทดจากการแข่งขันกีฬาความเร็ว โดย 911 จีที2 อาร์เอส ใหม่ (the new 911 GT2 RS) ติดตั้งเครื่องยนต์ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 3.6 ลิตร ให้กำลังมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 80 แรงม้า (59 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดอันน่าอัศจรรย์ถึง 750 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้น 50 นิวตันเมตร)

Comments

comments

Share this article: