BMW Xpo 2017 ชูที่สุดแห่งสมรรถนะกับบีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition ณ ศูนย์การสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 7-10 กันยายน 2560

BMW Xpo 2017 ชูที่สุดแห่งสมรรถนะกับบีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition ณ ศูนย์การสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 7-10 กันยายน 2560

BMW Xpo 2017 ชูที่สุดแห่งสมรรถนะกับบีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition ณ ศูนย์การสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 7-10 กันยายน 2560

📅04 กันยายน 2017, 02:55

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะ สไตล์มอเตอร์สปอร์ตและความหรูหราบนทุกเส้นทาง ในงาน BMW Xpo 2017 ที่ศูนย์การสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 7-10 กันยายน 2560 เตรียมอวดที่สุดแห่งเทคโนโลยียานยนต์พรีเมียม นำโดยไฮไลท์อย่างบีเอ็ม ดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition รุ่นพิเศษตัวแรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง รวมไปถึงการเผยโฉม

บีเอ็มดับเบิลยู i8 (Protonic Frozen Black Edition) และความหรูหราเหนือระดับพร้อมประสิทธิภาพเหนือชั้นจาก บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld Pure Excellence และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ที่มีรุ่นประกอบ ในประเทศออกทำตลาดเป็นครั้งแรก

ภายในงาน BMW Xpo 2017 ทุกท่านจะได้พบกับยนตรกรรมระดับพรีเมียมจากบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเต็มรูปแบบ ถึง 18 รุ่น ในพื้นที่จัดแสดงกว่า 5 โซนที่นำเสนอไฮไลท์อย่างครบครัน ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, 5, 7, ตระกูล X และตระกูล i นอกจากนี้ BMW Xpo 2017 ยังเตรียมเปิดลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นเวทีเฉลิมฉลองความสำเร็จของ บีเอ็มดับเบิลยู M บนสนามแข่งและความหลงใหลในสมรรถนะ ด้วยการรวมพลเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M จากทั่วประเทศไทยในวันที่ 9 กันยายน 2560 อีกด้วย

“BMW Xpo ถือเป็นงานสำคัญประจำปีสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู และยังเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมในการเข้าถึงทั้งลูกค้า ในปัจจุบันและผู้สนใจในรถยนต์ของเรา ผู้ที่แวะเวียนมาในงาน BMW Xpo 2017 จะได้สัมผัสกับหลากหลายรุ่นรถยนต์ จากบีเอ็มดับเบิลยูที่จะนำมาจัดแสดง ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างบีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition และบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld Pure Excellence เราพร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นเป็นทวีคูณ เพื่อสร้าง ความพึงพอใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รักความเร็วและสมรรถนะที่ร้อนแรงในสนามแข่ง หรือความหรูหราสะดวกสบายในทุกการเดินทาง” มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าว “ในขณะเดียวกัน การเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศของ บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ซึ่งเป็น รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม ที่ไม่เพียงสง่างามไปด้วยความหรูหราและความสะดวก สบายอันเหนือระดับ แต่ยังมาพร้อมกับขุมพลังอันเหนือชั้นที่ให้พละกำลังและประสิทธิภาพอย่างน่าประทับใจ ยังเป็นการสะท้อนคำมั่น สัญญาของเราในการต่อยอดและขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย”

“ในวันเสาร์ที่ 9 กันยายนนี้ เราจะต้อนรับแฟนๆ ของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล M เพื่อมาร่วมกันเฉลิมฉลอง การครบรอบ 45 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู M ตัวอักษรที่ทรงพลังที่สุดในโลกยานยนต์ กับทัพรถยนต์ตระกูล M หลากหลายรุ่นจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้งานครั้งนี้เป็นหนึ่งใน BMW Xpo ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ด้วยรถยนต์ที่ เรานำมาจัดแสดงอย่างละลานตา และบรรยากาศของความหลงใหลในความเป็นบีเอ็มดับเบิลยูที่สัมผัสได้ทั่วทั้งงาน”

หนึ่งเดียวสำหรับผู้ชนะ: บีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition

ราคาจำหน่าย 13,939,000 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard)

ด้วยจำนวนผลิตเพียง 200 คันทั่วโลก บีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition เป็นสุดยอดยานยนต์เปี่ยมสมรรถนะสำหรับนักสะสม ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของนักขับชาวเยอรมัน มาร์โก วิทแมนน์ จาก BMW Team RMG ผู้คว้าชัยในฐานะสุดยอดนักขับจากการแข่งขันทัวริ่งคาร์รายการ Deutsche Tourenwagen Masters หรือ DTM ประจำปี 2016 นอกจากจะรวบรวมเทคโนโลยีชั้นเยี่ยมจากรถแข่งตัวจริงไว้แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition ยังมีรูปลักษณ์ในสไตล์คล้ายคลึงกับรถแข่ง DTM ตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นแถบตกแต่งสไตล์รถแข่งสุดคลาสสิคตามแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยู M ที่พาดผ่านเหนือตัวถังสีขาว Alpine White สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไปจนถึงชิ้นส่วนคาร์บอนต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ด้านอากาศพลศาสตร์

ด้วยนวัตกรรมระบบหัวฉีดน้ำ (water injection) ที่พบได้ในรุ่นก่อนหน้าอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู M4 GTS บีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition จึงพร้อมมอบสมรรถนะล้นเหลือด้วยพละกำลังสูงสุดถึง 368 กิโลวัตต์ / 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ซึ่งสูงกว่าบีเอ็มดับเบิลยู M4 รุ่นมาตรฐานถึง 51 กิโลวัตต์ / 69 แรงม้า และ 50 นิวตันเมตร ตามลำดับ ทั้งหมดนี้ทำให้ บีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition ต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างน้ำหนักเบาของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 รุ่นมาตรฐาน ด้วยส่วนกระโปรงหน้า-หลัง หลังคา โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย ที่ทำจากวัสดุล้ำยุคอย่างพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (carbon-fibre-reinforced plastic; CFRP) ในขณะที่ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต ยังมาพร้อมกับท่อเก็บเสียงที่ทำมาจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษอีกด้วย

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM Champion Edition โดดเด่นด้วยเบาะหน้าคู่แบบ M Carbon bucket seat ที่หุ้มวัสดุพิเศษ Alcantara และหนังแกะเมอริโน ส่วนพื้นผิวอื่นๆ ในห้องโดยสารก็ห่อหุ้มด้วยวัสดุคุณภาพสูงอย่าง Alcantara เช่นกัน รวมถึงพวงมาลัย M Sports ที่มีเครื่องหมายสีเทาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ขณะที่เบาะหลังถูกแทนที่

ด้วยโครงเหล็ก rollover bar ส่วนในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยก็ครบครันด้วยระบบนำทางแบบ Professional ไฟหน้า LED ที่มาพร้อมระบบ BMW Selective Beam ไฟท้ายแบบ OLED ระบบควบคุมการจอดด้านหน้าและด้านหลังหรือ Park Distance Control และกระจกภายในและภายนอกที่ปรับระดับความสว่างได้อัตโนมัติ

Share this article: